วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2551

ไข่ตุ๋นทรงเครื่อง


เครื่องปรุง

1. ไข่ไก่(เบอร์ 1) 3 ฟอง
2. น้ำเปล่า
3. ปูอัด 3-4 แท่ง(หั่นแทยง)
4. แครอทหั่นลูกเต๋าเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ
หั่นแท่งเล็กน้อย
5. ต้นหอมซอย เล็กน้อย
6. ซิอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
7. ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา
8. น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ


ส่วนผสม

1. ใส่น้ำในลังถึง จากนั้นนำลังถึงตั้งไฟ ระหว่างรอน้ำเดือด ตอกไข่ใส่ชาม ใช้ซ่อมตีไข่ให้ไข่แดงและไข่ขาวเข้ากัน ปรุงรสด้วย ซิอิ๊วขาว ซอสปรุงรส และน้ำปลา จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำเปล่าลงไป คนให้เข้ากัน ใส่ปูอัดและแครอท ที่หั่นเตรียมไว้ส่วนหนึ่งลงในชาม แบ่งไว้ส่วนหนึ่ง เอาไว้แต่งหน้า จากภาพจะเห็นแครอทลอยอยู่บนไข่ ส่วนปูอัดจะจมอยู่ด้านล่างค่ะ

2. พอน้ำเดือด นำชามไข่ที่เตรียมไว้ ใส่ในลังถึงปิดฝา ใช้ไฟปานกลาง นึ่งประมาณ 20 นาที เมื่อไข่สุกจะได้ไข่ตุ๋นหน้าตาประมาณในภาพ ถึงขั้นตอนนี้อาจจะยังไม่ต้องให้ไข่สุก ทั้ง 100 % ก็ได้ค่ะ เพราะเดี๋ยวต้องแต่งหน้าแล้วนึ่งต่ออีก เอาเป็นว่าให้เกือบสุกก็แล้วกัน

เวลาที่ใช้ในการนึ่งจะไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับไข่ว่าเป็นไข่ที่ออกจากตู้เย็นหรือเปล่า และไฟที่ใช้บางทีอาจจะไม่เท่ากัน แต่ที่สำคัญ เวลาใส่ชามไข่ในลังถึง ต้องรอให้น้ำเดือดก่อนค่ะ

3. แต่งหน้าไข่ตุ๋นด้วย ปูอัด โรยแครอทแบบแท่ง ต้นหอมหั่นฝอย จากนั้นปิดฝาลังถึง นึ่งต่อประมาณ 2-3 นาที ให้ปูอัดและผักสุก ยกเสิร์พ ทานร้อนๆ อร่อยมากขอบอก

วิธีทดสอบว่าไข่สุกแล้วหรือยัง ให้ใช้ช้อนหรือซ่อมแทงลงไปที่เนื้อไข่ จิ้มลงไปเบาๆ ก็พอนะคะ ไม่ใช่กวนไข่ ถ้าไข่สุกเนื้อไข่จะเกาะกันดี หากเป็นน้ำสีไข่ดิบไหลขึ้นมา ก็แสดงว่าอาจจะยังสุกไม่ทั่วดี ปิดฝานึ่งต่ออีกหน่อยค่ะ


วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2551

ยำสามสาว


เครื่องปรุง

- ปลาซาดีน 1 กระป๋อง
- ผักกาดดองเค็มหั่นเต๋า 1 ซอง
- หอมแดงซอย 3 หัว
- พริกขี้หนูสับ 10 เม็ด
- ตะไคร้ซอย 1 ต้น
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
- แตงกวาหั่นเต๋า 1 ลูก
- ข้าวตังทอด 10-20 ชิ้น
- ผักชีซอย Coriander พอประมาณ

วิธีทำ

1.ในชามผสม ใส่ปลาซาดีน ผักกาดดอง แตงกวา หอมแดง ตะไคร้ซอย

พริกขี้หนูสับ ผสมให้เข้ากัน

2.ปรุงรสด้วย น้ำปลาและน้ำมะนาว

3.ตักส่วนผสมที่ได้ลงบนข้าวตัง โรยหน้าด้วยผักชี จัดลงจานเสิร์ฟเป็น

ออร์เดิร์ฟ.

วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2551

แกงเทโพ


    ส่วนผสม

    • ผักบุ้งจีนหั่นทอน
    • ไก่ (ปริมาณตามความชอบ)
    • มะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะพูนๆ (แบบที่ขายๆเป็นกระปุกก็ได้)
    • กะทิ 1 กระป๋อง (ที่ว่าอร่อยที่สุดคือยี่ห้อนี้ค่ะ AROY-D ข้นหวานอร่อย โดยเฉพาะแบบที่ใช้ทำของหวาน)
    • พริกแกงแดง 1 ช้อนโต้ะพูนๆ
      (ที่ว่าอร่อยและสะดวกก็แม่ศรีแบบกระป๋องจิ๋ว กำลังดีไม่เผ็ดมาก เปิดทีใหม่สดด้วย แต่น้ำพริกแกงเขียวหวานแม่ศรีเผ็ดมากขอบอก
      หากไม่มีเอาน้ำพริกแพนง มาแทนได้)
    • น้ำตาล ซอสปรุงรส เกลือ ไว้ปรุงแต่รสก่อนเสิร์ฟ

    วิธีทำ

    • ตั้งเตา เทกะทิทั้งกระป๋อง กับไก่ที่หั่นไว้เรียบร้อย พร้อมใส่มะขามเปียก
    • ต้มกะทิกับไก่และมะขามเปียกไปพร้อมกันเลยจนเริ่มปุดๆ ก็ใส่เครื่องแกงแดง
    • คนให้เข้าๆกัน แล้วตามด้วยผักบุ้ง (ระวังน้ำผักบุ้งออกด้วย) ปรุงรสตามชอบ

วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2551

สูตรไข่ตุ๋นทรงเครื่อง



“ไข่ตุ๋นทรงเครื่อง”
เป็นอาหารเช้า ถือว่าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด ซึ่งเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางอาหาร
และมีประโยชน์กับเจ้าตัวน้อยในวัยเรียนมากๆด้วย

เครื่องปรุง - ส่วนผสม

1. ไข่ไก่ 2 ฟอง
2. หมูสับ หรือ ไก่สับ
3. เห็ดหอม
4. แครอท
5. ต้นหอม
6. พริกไทย
7. ซีอิ๊วขาว
8. น้ำซุปผัก

ลงมือเข้าครัว

1. หั่นแครอทให้เป็นลูกเต๋า จากนั้นนำไปลวกให้นิ่มเล็กน้อย ส่วนเห็ดหอมก็หั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ
2. ตั้งน้ำให้เดือด ก่อนที่จะหันมาปรุงส่วนผสมของไข่ตุ๋น โดยเริ่มจากการตอกไข่ใส่ชาม คนให้ไข่แตก แต่อย่าคนจนเกิดฟองมากเกินไป มิเช่นนนั้นจะทำให้หน้าไข่ตุ๋นของเรากลายเป็นผิวดวงจันทร์ได้
3. จากนั้นใส่แครอทลวก เห็ดหอม เนื้อหมูสับ หรือไก่สับ ตามด้วยน้ำซุปผักเพื่อเพิ่มความหวาน ตามด้วยซีอิ๊วขาว และต้อนหอมซอย
4. นำตะแกรงที่ใช้สำหรับหม้อนึ่งวางลงไป จากนั้น ยกชามไข่ตุ๋นที่ปรุงรสเรียบร้อยแล้วตามลงไป ปิดฝา จากนั้นก็หรี่ไฟให้เบา ประมาณ 15 นาที
5. เช็คว่าด้านในสุกหรือยัง โดยการใช้ไม้จิ้มฟัน จิ้มลงไป ถ้าไม่มีเนื้อไข่ติดขึ้นมากับไม้ แสดงว่าสุกพร้อมเสิร์ฟค่ะ

เท่านี้เราก็จะได้ “ไข่ตุ๋นทรงเครื่อง” อาหารเช้า ที่มีคุณค่าสำหรับคุณหนูแล้วล่ะคะ...


สูตรปอเี๊ปี๊ยะทอด





ปอเปี๊ยะทอด
ปอเปี๊ยะทอด เป็นอาหาร ‘จานโปรด’
ถือเป็นเป็นอาหารว่างที่ทำง่าย ไมยุ่งยากเหมาะสำหรับคนในยุคประจุบันที่เร่งด่วนที่ต้องรีบไม่มีเวลาว่าง
ก่อนอื่นก็ต้องไปเตรียมเครื่องปรุงและส่วนผสมกันก่อนค่ะ

เครื่องปรุง-ส่วนผสม

ปอเปี๊ยะ
1. แป้งปอเปี๊ยะ หรือ แป้งสายไหม นั่นเอง หาซื้อได้ตามตลาดสดทั่วไป
2. ไก่สับ
3. วุ้นเส้น
4. กระหล่ำปลี
5. เห็ดหูหนู
6. กระเทียม
7. ซีอิ๊วขาว
8. น้ำตาลทราย
9. แตงกวา
10. ผักกาดหอม

น้ำจิ้มบ๊วย
1. น้ำส้มสายชู
2. น้ำตาล
3. น้ำบ๊วยดอง
4. พริกขี้หนู

ลงมือเข้าครัว
1. เริ่มจากการ หั่นกระหล่ำปลี เห็นหูหนู เป็นเส้นฝอยพักไว้ ส่วนกระเทียมนำมาสับพักไว้เช่นกัน
2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันเล็กน้อย จากนั้นใส่กระเทียมสับ ผัดให้หอม ตามด้วยไก่สับ เมื่อไก่เริ่มสุก จึงตามด้วยกะหล่ำปลี เห็ดหูหนู และวุ้นเส้น ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำตาลทรายเล็กน้อย ชิมรสอีกครั้ง ก่อนตักขึ้นพักไว้
3. นำแป้งปอเปี๊ยะมาแยกออกให้เป็นแผ่น จากนั้นนำไส้ที่ผัดไว้วางลงไป แต่อย่ามากจนเกินไป เดี๋ยวม้วนแล้วจะแตก ในการม้วนนั้นให้วางไส้ที่ริมแป้งด้านที่ติดกับตัวเรา ก่อนที่จะม้วนขึ้นไปเล็กน้อย จากนั้นพับขอบทั้งสองข้างเข้าหากัน แล้วจึงม้วนขึ้นไปจนสุด และถ้ากลัวว่าระหว่างการทอด แป้งจะดีดตัวออก ให้ใช้มือแตะน้ำเล็กน้อย ทาลงไปบริเวณปลายสุดของแป้ง ก่อนที่จะม้วนไปให้สุด
4. จากนั้นก็นำไปทอด ด้วยไฟปานกลาง จนเหลืองกรอบ ตักขึ้นใส่จาน โดยนำผักกาดหอมวางรองด้านล่าง และหั่นแตงกวาเป็นท่อนวางด้านข้างเป็นเครื่องเคียง

น้ำจิ้มบ๊วย
1. นำน้ำส้มสายชู และน้ำตาล ตั้งไฟให้ละลาย ตามด้วยน้ำของบ๊วยดอง ชิมรสให้มีรสเปรี้ยวนำ ตามด้วยรสหวาน และเค็ม
2. นำพริกขี้หนู 1 เม็ด มาลอกเอาเม็ดตรงแกนกลางออก ก่อนที่จะไปตำให้ละเอียด ใส่ลงไปในน้ำจิ้มเล็กน้อย เพื่อเพิ่มสีสัน

วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2551

ขนมจีนน้ำเงี้ยว


    ส่วนผสม

    • ขนมจีน 30 จับ
    • ซี่โครงหมู 300 กรัม
    • เลือดหมูหั่นชิ้นเล็ก 500 กรัม
    • หมูสับ 500 กรัม
    • มะเขือเทศ 500 กรัม
    • เกลือป่น 30 กรัม
    • น้ำมัน 50 กรัม
    • ดอกเงี้ยว 50 กรัม

    ส่วนผสมเครื่องเคียง

    • ผักกาดดองหั่นฝอย 300 กรัม
    • ถั่วงอก 300 กรัม
    • ต้นหอม + ผักชีซอยละเอียด 50 กรัม
    • มะนาว 5 ลูก
    • กระเทียมเจียว 50 กรัม
    • พริกขี้หนูแห้งทอด 60 กรัม

    ส่วนผสมเครื่องแกง

    • พริกแห้งแกะเมล็ด 7 เม็ด
    • รากผักชีหั่นฝอย 10 กรัม
    • ข่าหั่นละเอียด 30 กรัม
    • ขมิ้นสด 10 กรัม
    • ตะไคร้หั่นละเอียด 30 กรัม
    • หอมแดงเผา 7 หัว
    • กะปิ 1 ช้อนชา

    วิธีทำ

    • โขลกเครื่องแกงทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด
    • ล้างซี่โครงหมูให้สะอาด
    • ใส่น้ำมันในกระทะ พอร้อนนำพริกแกงที่โขลกไว้ลงผัดพอหอม
    • ใส่เนื้อหมูสับลงไปผัดให้ทั่วพอสุก ใส่มะเขือเทศ
    • ตั้งหม้อน้ำประมาณ 2.5 ลิตร พอเดือด นำซี่โครงหมูลงต้มใช้ไฟอ่อน เคี่ยวจนซี่โครงหมูเปื่อย ตักเนื้อหมูที่ผัดไว้ลงไปตามด้วยเลือดหมู และปรุงรสด้วยเกลือ
    • รับประทานกับขนมจีน และเครื่องเคียงตามชอบ

ผัดกระเพรา


    ส่วนผสม

    • เนื้อไก่ไม่มีกระดูกหั่นเป็นชิ้น 1 1/2 ถ้วย
    • เนื้อไก่ไม่มีกระดูกหั่นเป็นชิ้น
    • ใบกะเพรา 1/4 ถ้วย
    • พริกชี้ฟ้า 1 - 2 ช้อนโต๊ะ
    • กระเทียมปอกเปลือก 2 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำปลา 1 - 2 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • สับพริกชี้ฟ้ากับกระเทียมเข้าด้วยกัน
  • ตั้งน้ำมันในกระทะก้นกลม หรือกระทะสำหรับทอด ให้ร้อนจนเกือบควันขึ้น
  • ใส่พริกและกระเทียมสับลงไป ผัดจนกระเทียมเป็นสีน้ำตาลอ่อน
  • เติมเนื้อไก่และผัดไปเรื่อยๆจนไก่สุก
  • เติมน้ำปลา น้ำตาล น้ำมันหอยและผัดต่ออีกสักครู่ เพื่อให้เครื่องปรุงรสเข้ากันดีกับเนื้อไก่
  • เติมใบกะเพราแล้วคลุกแบบเร็วๆในกระทะ นำกระทะออกจากไฟแล้วตักเสิร์ฟทันที